WorWut::DailyLife::Anime::Games::IT

Tuesday, May 18, 2004

2W2S-OPM-RG Publication No.1 : ความแตกต่างระหว่างแผนก Sale และ แผนก Programming

2W2S-OPM-RG (อะไรฟะ นึกว่า CD-key Windows ซะอีก)
Research Unit #1
18/05/2004

หลังจากฝึกงานในแผนก Programming ซึ่งอยู่ติดกับแผนก Sale ของบริษัทแห่งนึงที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับ Enterprise Solution ให้กับทั้งราชการ เอกชน ก็สังเกตุข้อแตกต่างระหว่าง 2 แผนกนี้

1. ด้านบุคลากร
- ส่วนมากจบ ComSci เกือบจะทั้งหมด ข้อแตกต่างก็คือ แผนก Programming ยึดติดใช้ภาษาคอมพิวเตอร์ใดภาษาหนึ่งในการเขียนโปรแกรม ในขณะที่แผนก Sale ยึดติดกับภาษาเขียนและภาษาพูดในการประมูล project
- แผนก Sale แต่งตัวดีผ่านมาตรฐานทุกคน หน้าตาหน้าเชื่อถือ พูดดีมีหลักการเป็นนิสัย หยอกล้อกันเล็กน้อยในเวลาทำงาน แต่มากหน่อยในเวลาพัก ส่วนแผนก Programming แต่งตัวสบายๆ หยอกล้อแซวกันทุกนาทีที่มีโอกาศ บางส่วน พูดจาติดตลก เผากันในระหว่างทำงาน แต่อีกส่วนไม่พูดเลย นิ่งเป็นรูปปั้น
2. การทำงาน
- แผนก Sale มาก่อนเวลาหรือตรงเวลามากๆ 8.00 มาเกือบครบทุกคนในแผนก แต่แผนก Programming บางคนมาตั้งแต่ 7.30 (หน้าตาพิกล คล้ายมีปัญหาคาใจ หรือว่าคาคอมก็ไม่รู้) อีกส่วนทยอยมา ตั้งแต่ 8.30 ไปจนถึง 10.00 บางทีก็มาซะเที่ยงก็มี
- อยากจะบอกว่าคอมพิวเตอร์ในแผนก Sale จะใหม่และเลิศหรูอลังการมาก P4 กันทั้งนั้น ในขณะที่คอมพิวเตอร์ในแผนก Programming จะสลดเล็กน้อย มีตั้งแต่ P133 จนถึง Athlon XP สงสัยทำเงินต่างกัน
- ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านาย-ลูกน้อง ในแผนก Sale จะสบายๆ ก็จริง แต่มองตาเปล่าก็แยกออกว่า ใครลูกน้องใครหัวหน้า เพราะมาดและการปฏิบัติเด่นชัดพอสมควร แต่ถ้ามาดูแผนก Programming จะพบว่า เจ้านายกลมกลืนหายไปในหมู่ลูกน้อง Programmer อย่างแยกแทบไม่ออก จนกว่าเค้าจะประชุมกันถึงจะรู้
3. ผลตอบแทนและอื่นๆ
- แผนก Sale ส่วนมากมีรถและ notebook ไปกินห้องอาหารภัตตราคารทุก 3 วัน 7 วัน เลี้ยงทีซะหรู ส่วนแผนก Programming โหนรถเมล์มาทำงาน กินก๊วยเตี๋ยวเป็ดเป็นประจำ เลี้ยงทีจะนึกถึงข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง ปลาปิ้ง

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

Worwut
นักวิจัยอิสระ(ไร้คนจ้าง)

เปิดตัว 2W2S-OPM-RG

Worwut's Stealing And Sucking Other People's Money - Research Group (2W2S-OPM-RG)

เนื่องจากจะขึ้นปี 4 แล้ว ก็ต้องออกไปทำงานในโลกกว้าง จึงจำเป็นต้องวิจัยโลกธุรกิจและชีวิตการทำงานซะหน่อย เพื่อจะได้เป็นแนวทางในดำรงชีพในอนาคต โดยจะทำการตีพิมพ์ผลวิจัยที่เกี่ยวข้องกับวงการธุรกิจ และคอมพิวเตอร์ที่เป็นช่องทางในการทำธุรกิจและการทำงานในอนาคต

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

Worwut
นักวิจิยอิสระ(ไร้คนจ้าง)

ทำไม Apple ไม่รุ่งในตลาด Enterprise Solution

ที่มา : The Apple of the Enterprise's Eye - OSNews.com

หลังจากนั่งอ่านๆ ดู ก็รู้สึกจะเห็นด้วยเหมือนกัน ทุกวันนี้ Apple แทบจะลงมาในตลาด consumer product เกือบจะเต็มตัว ไม่ว่าจะเป็น apple imac, ipod ,itune ซึ่งมันก็เป็นสินค้าเพื่อใช้งานและบันเทิงสำหรับผู้ใช้ทั่วๆ ไปอย่างเราๆ จนแทบไม่รู้สึกเลยว่า Apple สนใจ Enterprise Solution กับเค้าด้วย ต่างจาก IBM หรือ HP ซึ่งรายแรกนี่แทบจะหากินกับลูกค้าระดับ enterprise แล้วทั้งนั้น ส่วนรายหลังนี่เหมาหมด ไอ้ผมก็นึกว่า Apple มันไม่มีอะไรจะขายในระดับนี้ แต่ดูแล้วก็มีดีพอตัวนี่นา แล้วทำไมล่ะ จากการอ่านก็เห็นด้วยกับเหตุผลต่อไปนี้

1. Apple ไม่มี Enterprise product Roadmaps เหมือนเจ้าอื่นๆ เค้าที่ประกาศแนวทางล่วงหน้าไปอีก 2-3 ปีโน้น ซึ่งลูกค้าในระดับนี้เป็นองค์กรใหญ่ จะซื้ออะไรเค้าก็มองยาวๆ และมองต่อไปว่าในอนาคตจะเกิดอะไรกับระบบของเค้า และจะปรับปรุงอย่างไรในอนาคต
2. Apple ไม่มีฝ่ายขายสินค้า Enterprise ที่ดีพอ อันนี้ไม่รู้แฮะ ไม่ได้เข้าไปดู แต่ผู้เขียนบอกว่า แผนกนี้ของ Apple มีคนแค่ 16 คน!!! ถ้าเป็นจริง ที่ฝึกงานของผมยังจะมีมากกว่าเลย แล้วเค้ายังได้ผู้ถึงการทำงานของคนในกลุ่มนี้ว่า จะต้องเป็นพวกที่ลุยเข้าไปหาลูกค้าถึงบริษัท ไปจับเข่าคุยกันกับ CIO ของบริษัทลูกค้าเลย ไปสาธยาย อวดสรรพคุณให้เค้าได้ฟัง รวมถึงตรวจสอบว่าจะ deploy ระบบยังไง สิ่งนึงที่ Apple ขาดคือ corporate testing center ซึ่งเปิดโอกาศให้ลูกค้าลองเล่น solution ต่างๆ ที่ apple มีดูก่อน เค้าว่า ถ้าไม่ได้ลอง อย่าซื้อ คอมพิวเตอร์ ไม่ใช่บ้านจัดสรร
3. Apple ต้องมีพันธมิตรในตลาดมากกว่านี้ แน่นอนว่า ไม่มีบริษัทไหนมีทุกอย่าง แต่ลูกค้าต้องการมากกว่าที่เรามีเสมอ ดังนั้นถ้า connection ที่ดี ก็จะช่วยส่งเสริมการขายไปด้วย แต่ Apple จะเป็นแนวลุยเดี่ยวมากไปหน่อย รวมทั้งก็ไม่ค่อยทำงานร่วมกับชาวบ้านเค้าได้เท่าไหร่ ซึ่งสินค้าในตลาดนี้มันต้องเข้ากันได้กันสินค้าในตลาดเดียวกันด้วย ไม่งั้นคนก็ไม่อยากจะย้าย เพราะต้องเปลี่ยนอะไรๆ ใหม่หมด ก็เห็นๆ กันอยู่ของ apple เค้าไม่ค่อยจะใช้กับชาวบ้านเค้าได้
4. สื่อและช่องท่าที่แข็งแกร่ง คือ สิ่งที่ Apple ขาดใน Enterprise market ผู้เขียนบอกว่า Apple มี ISV (Integrate System Vendors) อยู่แล้ว ซึ่งทำหน้าที่จัดหา solution ที่เหมาะสมแก่ลูกค้าเฉพาะรายไป แต่ก็เน้นในตลาดสื่อสิ่งพิมพ์ และ multimedia เท่านั้น (สมัยก่อนรู้จัก apple ก็เพราะพวกโรงพิมพ์ชอบใช้ แถมแต่ก่อนก็มี software ด้านนี้มากกว่าด้วย) แต่คุณสมบัติที่สนับสนุนธุรกิจพวก eCommerce แทบจะไม่มี ซึ่งตอนนี้ตลาดด้านสื่อสิ่งพิมพ์ และมัลติมีเดียของ apple ก็โดน pc ตีอย่างหนัก เพราะ mac ทำได้ pc ก็ทำได้ แถมตอนนี้เรื่อง software ก็ไม่ด้อยไปกว่ากันซักเท่าไหร่ 2-3 วันก่อนนั่งอ่าน CHIP เห็นมีข่าวว่า Adobe หยุดการพัฒนา product หลายตัวสำหรับ mac เพราะยอดขายน้อย แถม Apple ก็ทำอะไรเหมือนๆ กันมายัดใส่ Mac OS ทดแทนซะเอง พันธมิตรเก่าแก่จะแยกทางกันแล้วเหรอเนี่ย...

นอกจากนี้ Apple ซึ่งมาเน้นทำตลาด consumer product มาก ทำให้เน้นการขายตรงมากไป ทำให้ไม่เข้าถึงลูกค้าระดับ Enterprise โดยเห็นด้วยกับผู้เขียนที่ว่า การเข้าถึงลูกค้าจะต้องมีหลากหลายรูปแบบ เพราะบางรูปแบบก็ช่วยให้เข้าถึงลูกค้าที่อีกแบบเข้าไปไม่ถึง

สุดท้ายเค้ายังแนะนำทางแก้ไว้ด้วย แล้วผู้บริหารของ apple จะได้อ่านเปล่าเนี่ย หรือว่า นอนฟัง ipod เพลิน เพราะใส่เพลงได้ถึง 20 GB ;-P (อยากได้ก็บอกมาเถอะ เห็นไปเกาะตู้หลายครั้งแล้ว - Worwut) โดยให้แยก Enterprise Solution มาเป็นอีกบริษัทนึง อันนี้ไม่ขอพูดถึง เพราะผมเป็นพวกเห็นแต่ปัญหา ไม่เห็นทางแก้ ;-P

สุดท้ายจริงๆ เค้ายังนอกเรื่องอีกว่า Apple ไม่ค่อยมีและโปรโมท certification อะไรเท่าไหร่ ทำให้หาผู้เชี่ยวชาญในสินค้าของ Apple ได้ยาก ดูอย่าง Redhat ที่มี RHCE ทำให้ความรุ้ใน product แพร่หลาย มีผู้เชี่ยวฃาญมากมาย พอไปถามเค้าเหล่านั้นว่า อยากใช้ product ของใคร แค่นี้ก็จบ ใครจะไม่อยากดูแลหรือใช้ในสิ่งที่ตนชำนาญ ซึ่งมันก็จริงแท้แน่นอน แบบในวิชา lab hardware ที่ม. ผมจะใช้ของ Zilinx เป็นส่วนใหญ่เราจนชำนาญ เอ้ย รำคาญ(และเบื่อหน้ามัน) พอจบออกไปคุณไปทำงาน จะไม่อยากใช้ของที่เรียนมาเหรอ (ไม่ๆ ผมของลาออก ผมเกลียด VHDL 555 - Worwut) การเผยแพร่ product เข้ามาในกระบวณการผลิตบุคคลากร ก็เป็นแผนการตลาดที่ดีไม่น้อย ยกเว้นที่ Zilinx ทำกะผม -____-" ไม่ไปหางาน hardware หรอกเว้ย...เป็นงั้นไป

Monday, May 17, 2004

Report : เกมส์ใหม่ที่เพื่อนๆ ใน CPE15 มีประจำเดือนนี้

ของเรา

  • Rise of Nation มันส์มาก(อันนี้มาได้เกือบเดือนแล้ว บอกเฉยๆ กลัวไม่รู้)

  • Lord of the realm III


  • ของปอ
  • Syberia 2 (Adventure)


  • ของเด่น
  • Metal Gear Solid 2 DVD แผ่นแท้ นำเข้าโคตรแพง - screen ห่วย คู่มือ Eng/Jap


  • ตอนนี้ปอกำลังใช้ความสามารถไปหามาเพิ่มจาก Warez อยู่ คงมีมาอีกไม่ใช่น้อย แต่ไอ้ Farcry ที่โหลดมารอบแรกดันเป็น Italian version ซะนี่ กำลังหาใหม่ พยายามเข้านะ เพื่อนๆ รออยู่ ส่วน anime ไว้ให้เป็นหน้าที่ของสามทหารดูด (แอ๊ม วุฒิ พงษ์) ^_____^

    วันว่าง วันอาทิตย์

    วันอาทิตย์หลังจากนอนไปครึ่งวัน ก็ตื่นมาเล่นเน็ต เจอไอ้แอ๊มมาน online msn อยู่ ก็เลยคุยๆ กะมัน เลยรู้ว่า มันเอา notebook มานั่งโหลด anime ที่ม. ใต้ตึก 1 @_@ อะไรทำให้มันกระตือรือร้นได้ขนาดนี้ ว่าแล้วก็แวะเข้าไปหามันที่ม. ซะเลย ตอนนี้ที่ ม. ยังไม่ block แฮะ สงสัยช่วงนี้ไม่ค่อยมีคนใช้เน็ตเท่าไหร่ โดยเฉพาะ bt นั้นด้วย เลยปล่อยตามสบาย แต่เปิดเทอมมาคงโดนแน่ ไม่เป็นไร เราจะไปสูบทาง irc ฮิๆ (หัวเราะเหมือนตัวร้ายทั่วๆ ไป) ดูจากเครื่องไอ้แอ้ม ก็โหลดได้แรงพอสมควรเลยแฮะ แตะระดับ ~600 Kb/s เลย ไม่รู้ป่านนี้ทั้งสำนักบริการคอมพิวเตอร์จะตกใจ เวลามาอ่าน log หรือเปล่านะ - -" ส่วนเราก็แวะไป lab "ADA" ตั้งไว้เหมือนกัน แล้วก็จากไป ไม่รู้ตอนนี้เป็นไง คง up ไปบานเลย ทำเค้า block แน่ๆ เลย ไปตามไอ้ปอซึ่งมีกุญแจไปปิดดีกว่า เย็นนี้

    ช่วงนี้ยังไม่ได้เขียนเกี่ยวกับ anime เพราะงานเยอะ ไม่ค่อยได้ดู แล้วก็ไม่ค่อยได้ติดตามข่าวสารเท่าไหร่ แต่เดี๋ยวมาเขียนต่อนะ

    Thursday, May 13, 2004

    [Moved] Van Helsing (Spoil!!!)

    วันอาทิตย์ ก็นัดพวกไอ้พงษ์, เด่น และปอ (จอมมาสาย - หนักกว่าเราอีก 555) ไปดูที่ Major รัชโย ได้ดูตัวอย่างหนังหลายเรื่องเลย ไม่ว่าจะเป็น The day after tomorrow , Kill Bill Vol.2 , Shrek 2 และ Troy เท่าที่อยากดู The day after tomorrow , Kill Bill Vol.2 แล้วก็ Shrek 2 เยอะจังแฮะ

    เนื้อเรื่องของ Van Helsing จะดูเหมือนเอาตัวร้ายดังๆ มาผูกติดกันแบบรีบๆ ไปหน่อย แต่ CG ก็อลัการและเยอะดี ดูกันมันส์ตาลาย ยังไงก็ชอบนางเอกอยู่แล้ว แต่ในเรื่อง จะรำคาญพวกเมียท่านเคาท์มาก มันเหมือนพวกเต้นกินรำกินไงไม่รู้ over acting ยังกะนางเอกลิเก ส่วนท่านเคาท์ดูไม่ค่อยขลังเลย ดูเจ้าเล่ห์ กะล่อนๆ มันต้องแบบวิคเตอร์ ใน underworld สิจึงจะดูเท่ห์ มีอำนาจ แถมพระเอกนางเอกก็อึดซะเหลือเกิน โดนจับโยนฟาดกำแพง ก็แค่เลือดออกปาก แต่ไหงตอนจบ พระเอกในร่าง warewolf วิ่งเข้าใส่นางเอก นางเอกก็ตกใจตายซะงั้น แบบไม่มีรอยแผล ...

    ในเรื่องมีคนที่แสดงเป็นฟาโรเมียร์ใน LOTR มาแสดงเป็นพระฝึกหัดด้วย เอ๋อดี ตลกจัง ...

    [Moved] Gunparade March

    ในที่สุดก็ได้การ์ตูนเรื่องนี้ในแบบ DVD-rip มาซะที(แบบ TV-rip ไม่มีเพราะช่วงนั้นยังไม่เข้าวงการ - มือใหม่ว่างั้นเถอะ) ก็เลยนั่งดูไปซะ 8 ตอนเลย ดูแล้วมันคล้ายๆ Stellvia นี่นา เอ... ต้องบอกว่า Stellvia มาคล้ายเรื่องนี้สิ ชอบนางเอกจัง ประเภทที่แบบเข้ากับคนอื่นไม่ค่อยได้ ทำตัวหยิ่งๆ แต่ในใจเนี่ยอีกอย่างเลยนะ พระเอกก็ซื่อดีจัง ตอน 8 คู่นี้ก็เริ่มลงรอยกันแล้วด้วย

    เกริ่นเนื้อเรื่อง :
    โลกถูกรุกรานจากสัตว์ประหลาดอะไรก็ไม่รู้ ตัวใหญ่เท่าตึก มากันเป็นกองทัพ มีหลากหลายรูปแบบและชนิด โจมตีไปทั่วโลกเลย แต่เรื่องนี้โฟกัสที่เกาะญี่ปุ่น (ก็แน่ล่ะสิ เกาะคนสร้างนี่นา) พวกตัวประหลาดนี้ถูกเรียกว่า Genju (ถ้าผิดเดี๋ยวมาแก้ เพราะความจำไม่ค่อยดี) มันก็ครองญี่ปุ่นไปส่วนหนึ่งเลยล่ะ ส่วนฝ่ายมนุษย์ก็ถอยร่นและป้องกันเต็มที่ โดยต่อสู้โดยใช้หุ่นรูปร่างคล้ายคน ตัวใหญ่เท่าตึก ซึ่งบังคับโดยคน เข้าต่อสู้ ส่วนคนบังคับก็ไม่ใช่ใครอื่น เป็นเด็กประมาณม.ปลาย ที่มีความสามารถคัดมาจากเด็กปกติ และนำมาเรียนเป็นห้องๆ (ห้องพิเศษ) โดยแต่ละห้องจะเป็น 1 unit โดยมีสมาชิกครบทุกหน้าที่ๆ จะทำให้ปฏิบัติงานได้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่ ช่างซ่อมหุ่น ฝ่ายสนับสนุน หัวหน้าทีม นักบิน(ขับหุ่น) และเด็กตัวเล็กๆ ที่มีพลังพิเศษ เพื่อจุดระเบิด PBE (เอาไว้ระเบิดตัวหัวหน้า - brain เพราะถ้าฆ่าแต่ลูกจ็อก ก็ไม่มีวันหมด ถ้าหัวหน้าไม่ตาย)
    เริ่มมาเนื้อเรื่องก็กำลังดำเนินอยู่ท่ามกลางสงคราม โดยพระเอกอยู่สังกัด unit 5112 ซึ่งก็เป็นห้องๆ นึง มีครูประจำชั้นตามปกติ โดยหัวหน้าหน่วยก็เรียนในห้องเดียวกัน แต่จะมีหัวหน้าใหญ่จริงๆ เป็นครูใหญ่อีกที (ควบคุมทุก unit มั้ง) คราวนี้เรื่องก็เริ่มที่มีคนย้ายมาร่วม unit อีกคน ก็คือ นางเอก นั้นเอง ซึ่งก็จะไม่สุงสิงกะใคร เงียบ ไม่พูดไม่จา ทำหน้าบอกบุญไม่รับ ... ต้องมาเจอกับพระเอก ที่ซื่อๆ ขี้เกรงใจตามประสาพระเอก anime ญี่ปุ่น และต้องร่วมออกปฏิบัติการร่วมกัน ...

    นี่เป็นแค่ตอนต้นๆ ที่เหลือก็ดูเองสิ ^^"

    [Moved] How to choose a mobile phone?

    หายไป 2-3 วันเนื่องจากนั่งอ่านเว็บ siamphone เพลิน เลือกโทรศัพท์ที่จะซื้ออยู่ ยังตัดสินใจไม่ได้เลย เงินก็น้อยๆ แต่ความหวังสูงเหลือเกิน ไอ้แบงค์มันก็แนะนำ Sony Ericsson T68i ราคาประมาณ 4700 ดูๆ ก็สวยดี แต่เก่าไปนิด สีน้อยไปหน่อย แต่ชอบ design มากกว่ารุ่น T230 ซึ่งสีมากกว่าแต่รูปร่างเหลี่ยมๆ แบนๆ แต่รุ่นในดวงใจคือ T610 (รุ่นนี้ไอ้ลัคก็บอกว่าจะซื้อ) แต่ราคานี่สิ 10900 แน่ะ คงไม่ไหว เงิน TA ก็ไม่รู้ว่าได้เท่าไหร่แต่ประมาณๆ ไว้ว่า มากกว่า 5600 แต่ก็คงไม่มากถึงจะซื้อได้ ไว้ทำงานก่อนละกันจะเลือกที่ถูกใจซักอัน (คงใช้เครื่องที่จะซื้อนี้ไปได้ซักปีแล้วล่ะ - คุ้มแล้วเนอะ)

    สรุปรายชื่อเครื่องที่กำลังเลือกๆ อยู่

  • Brand - Series - ความชอบ - % ที่จะได้มาใช้(100 - แน่นอนชัวร์) - comment

  • SonyEricsson - T68i - 8.5/10 - 80% - จอสีน้อย + ออกมานานแล้ว ฟีเจอร์ไม่โดดเด่น จอสีไม่สด

  • SonyEricsson - T610 - 10/10 - 20% - ชอบมาก แต่ก็แพงมาก ไว้ทำงานแล้ว จะเลือกที่ชอบๆ^^"

  • SonyEricsson - T230 - 7/10 - 70% - ใหม่กว่า T68i จอสีดีกว่า แต่ราคาใกล้ๆ กัน แต่รูปร่างไม่สวยเท่า

  • SonyEricsson - Z200 - 8.5/10 - 50% - เป็นรุ่นฝาผับ ดูสวยดีแต่เหมือนผู้หญิงไปหน่อย ราคา7พันปลายๆ

  • Nokia - 3120 - 9/10 - 0% - ยังไม่วางจำหน่ายเลย กว่าจะวางก็ประมาณปลายปี แถมตอนเปิดตัวก็แพงซะด้วย

  • Nokia - 3100 - 8/10 - 80% - รูปร่างหน้าตาเรียบๆ ดี แต่สีที่มียังไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ ออกจะสีสดไปหน่อย

  • Nokia - 6100 - 7.5/10 - 50% - ราคา7พันปลายๆ แต่รูปร่างไม่โดดเด่นเท่าไหร่ เรียบๆ เหมือนnokia รุ่นเก่าๆ

  • Nokia - 6610i - 8/10 - 50% - เกือบ 8 พัน มีกล้องด้วย รูปร่าง คลาสสิค นับว่าเป็นตัวเต็งพอๆ กับ z200 เลย

  • ตอนนี้ก็ยังมีปัญหาคาใจอยู่เหมือนกันว่า จะเอาราคาถูกๆ ช่วง4-5พันบาท หรือว่า จะเอารุ่น 7 พันกว่าๆ ดี แต่คงเน้นประหยัดแน่เลย ตอนตัดสินใจครั้งสุดท้าย
    อยากได้ T610 อ่ามากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก...

    [Moved] www.kucity.com revisited

    วันนี้ไปอ่าน Mthai ตามปกติ เจอข่าวเกี่ยวกับการโกงทุจริต entrance ของใครบางคนจนชิน เลยไม่อยากอ่าน แต่เหลือบไปเห็นกระทู้ที่ที่กล่าวถึงกรณีลูกคนกลางของท่านนายกย้ายจากภาคพิเศษคณะนึงมาเรียนภาคปกติอีกคณะนึง เรื่องนี้อ่านไปอ่านมาก็แหม่งๆ เหมือนกัน แต่ก็ไม่อยากจะบอกว่า ผิดหรือถูก เพราะโลกนี้มันเทาๆ อยู่แล้ว ที่เราทะเลาะๆ กันว่า ผิดหรือถูกก็เหมือน มาเถียงกันว่า ไอ้ที่เทาๆ เนี่ย มันใกล้สีดำหรือใกล้สีขาวมากกว่ากันเท่านั้นเอง แล้วแต่จะตัดสินไป แต่ยังไงๆ ผมก็ยังว่า ภายใน KU มันแปลกๆ อยู่เหมือนกัน เหมือนมี dark force แต่ที่แน่ๆ รู้สึกประทับใจอ.ปัญญามาที่แกเป็นปากเป็นเสียงในเว็บ kucity สืบหาข้อเท็จจริงมารายงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย คิดๆ ไปอาจมีคนไม่ชอบอ. อยู่เยอะเหมือนกันนะ แย่จังๆ

    ผลจากการอ่านกระทู้ดังกล่าวก็ได้ความรู้มา 2 อย่าง คือ
    1. เว็บของหน่วยทะเบียน ทันสมัยดีมีการรายงานนิสิตทีมีเกรดสะสมตามอันดับด้วย (ลอง Top 500 ไป ไม่ติดแฮะ ฮือๆ ได้อันดับ 559 อ่า แย่จัง ถ้าอัพไปได้ถึง 3.60 ก็อาจจะได้ติด 1 ใน 500 ก็เป็นได้ แต่โอกาสไล่ตามสุเมธก็คงยาก แถมวิชาที่เหลือก็ไม่เป็นใจซะเลย อิอิ)
    2. เว็บ kucity มีการถกประเด็นหลายๆ ประเด็นที่น่าสนใจมาก เกี่ยวกับม.ของเรา ไว้จะแวะมาอ่านอีก แต่เห็นใจอ.ปัญญามากๆ ท่าทางเหนื่อยน่าดู แถมอาจมีคนไม่พอใจอยู่ไม่น้อยเลย

    ฝึกงานวันนี้อู้เหมือนเดิม ว่าจะทำงานเก่าให้เสร็จแระ รีบๆ ทำงานใหม่ต่อ รู้สึกอู้นานไปหน่อย

    [Moved] Anime Preview #1 "Love at first sight"

    มา preview การ์ตูนใหม่ที่ออกในเดือนเมษาหน้าร้อนกันดีกว่า เท่าที่โหลดมาดู(ตอนแรกๆ) ก็พอจะบอกได้ดังนี้

  • MADLAX - แนวฮีโร่หญิง เป็นทหารรับจ้างเข้าไปทำภารกิจในบริเวณต่างๆ ของโลกที่มีสงคราม รบกันป่าเถื่อน ว่างั้นเถอะ ก็ดูสนุกดี บู๊ action เรื่อยๆ ก็ประทับใจ 7/10 เพราะตอนแรกๆ ยังไม่น่าติดตามมากนัก


  • Midori's day (Midori no Hibi) - ด้วยเนื้อเรื่องที่แปลกน่าสนใจ กล่าวคือ เด็กสาวมัธยมคนหนึ่งไปแอบรับเด็กผู้ชายที่ชอบต่อยตีเข้า แล้ววันนึงอยู่ดีๆ ก็กลายมาเป็นมือขวา(มั้ง?) ของเด็กชายคนนั้น ส่วนตัวจริงๆ นอนหลับไหลไม่ตื่น เรื่องมันส์ๆ ฮาๆ จึงเกิดขึ้น สำหรับเรื่องนี้ค่อนข้างประทับใจทีเดียว ให้ไป 8.5/10


  • Kenran Butoh Sai: The Mars Daybreak - มาอีกแล้วครับ การ์ตูนขับหุ่นเข้าห้ำหั่นกัน แต่คราวนี้ไปที่ดาวอังคาร ที่พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ใต้น้ำ (จริงเหรอ? งั้น NASA ก็หลอกลวงเรามาโดนตลอดน่ะสิ โดยการส่ง Path Finder ไปวิ่งเล่นแถวๆ Holiwood! ^^") หุ่นก็เลยต้องอยู่ใต้น้ำ เนื้อเรื่องเป็นการต่อสู้กันระหว่างกลุ่มกบฏกับรัฐบาลของดาวอังคารและได้รับการสนับสนุนด้านกำลังจากโลก โดยรวมก็ OK แต่วาดภาพไม่สวยเท่าไหร่ (โดยเฉพาะผู้หญิง) ได้ไป 6.5/10


  • ปล : คะแนนคือความประทับใจครั้งแรกที่มีต่อ anime เรื่องนั้นๆ เป็นปริมาณที่วัดไม่ได้ และไม่แน่นอน ไร้หลักการและเหตุผลรองรับ ไม่สามารถเปรียบเทียบกับอะไรได้ ;-P

    [Moved] บ่นบ้าอนิเม - ของเก่าเดือนมีนา

    ช่วงนี้ anime สาวน้อยระบาด ไม่เข้าใจคนญี่ปุ่นจริงๆ เลยว่า เป็นอะไรกันตอนนี้ มี 4-5 เรื่องแนวๆ สาวน้อยกันหมด แถมไม่ใช่แนวสาวน้อยธรรมดา เป็นแนวขบวนการสาวน้อยต่อสู้เหล่าร้าย เวลาสู้ก็ไม่เข้าใจทำไมชุดต่อสู้มันต้องหดจนคล้ายชุดว่ายน้ำ แล้วนางเอกก็ร้องวี๊ดว๊ายซะเหลือเกิน รำคาญมากๆ ที่ติดๆ อยู่ตอนนี้ก็มีเรื่อง maria-sama เป็นการ์ตูนผู้หญิงว่างั้นเถอะ แต่ที่ญี่ปุ่นมีแต่ผู้ชายดู ตอนแรกก็ดูเล่นๆ ไหนๆ ก็โหลดมาแล้ว แต่ดูแล้วติดนี่สิ ตัวละครในเรื่องมีความลึกดี มีการแสดงอารมณ์ที่ละเอียดอ่อน ดูแล้วรู้สึกมันมีความตั้งใจในการเขียนบทดี โอย วันนี้เขียนเยอะไปแล้ว พอดีกว่า...

    Wednesday, May 12, 2004

    เปิดกิจการ(อีกครั้ง)

    หลังจาก ปิด blog ชั่วคราว เพื่อทำการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ โดยตัดเรื่องส่วนตัวออกไป ก็ได้เวลาเปิด blog ซะที ;-p
    ต้องหาเวลาย้าย post ที่เกี่ยวกับ anime มานี้อีก เฮ้อ ยุ่งจริงๆ ชีวิต เพราะไปสร้าง blog ใหม่โดยใช้ account เดิมก็ไม่ได้ เพราะสามารถลิงค์ไปโดยผ่านทาง profile ได้อีก T_T นี่แหละนะ เค้าว่า ในข้อดีก็มีข้อเสีย ต้องไปเสียเวลาสร้าง account ใหม่อีกอัน ที่เป็นความลับ @_@